การเปรียบเทียบเทคโนโลยีการพิมพ์ Digital Inkjet, Flexo และ Liquid Toner ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ดีกว่า

เมื่อธุรกิจเดินทางเข้าสู่ยุคที่มีการแข่งขันสูง และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยสร้างผลกำไร ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมงานพิมพ์ลาเบลสติ๊กเกอร์ ต่างปรับตัวการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับงานพิมพ์ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า คุ้มราคา ประหยัดเวลา และลดต้นทุนได้สูงสุด

มีรายงานเปรียบเทียบคุณสมบัติของเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 แบบคือ
1. เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Liquid Toner
2. เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Flexo
3. เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet

พบว่าเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet ให้ประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนได้กว่า โดยมีเหตุผลประกอบคำอธิบาย 3 ข้อดังนี้

1. เทคโนโลยีและการแข่งขัน

เปรียบเทียบการพิมพ์งานแบบเดียวกัน ในสัดส่วนและจำนวนที่เท่ากัน พบว่าเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Liquid Toner และ Flexo ใช้ระยะเวลาในการพิมพ์มากกว่าเทคโนโลยีแบบ Digital Inkjet



จากเทคโนโลยีทั้ง 3 ประเภทที่แตกต่างกัน เห็นได้ว่าระยะเวลาพิมพ์งานเป็นสัดส่วนหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Liquid Toner แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว การนำค่าใช้จ่ายต่างๆ มาวิเคราะห์ เช่น วัสดุลาเบล หมึก เพลทพิมพ์ เวลาเตรียมเครื่องสำหรับเริ่มงานใหม่ และค่าวัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ จะพบว่า เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet ซึ่งแม้จะมีค่าหมึกพิมพ์ที่สูง แต่ก็ไม่มีค่าเพลทพิมพ์ ซึ่งเหมาะกับงานที่มีปริมาณน้อยๆ ประกอบกับสภาวะการผลิตในปัจจุบันที่มุ่งเน้นความสามารถด้านการลดระยะเวลาในการหยุดเครื่องพิมพ์เพื่อเปลี่ยนงานใหม่ได้เร็วขึ้น ถึงแม้ว่าการพิมพ์งานเสร็จเร็วแต่ใช้ระยะเวลานานในการหยุดเพื่อพิมพ์งานใหม่ ก็ไม่อาจตอบสนองความต้องการได้อีกต่อไป



ดังนั้น เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเพิ่มกำไรได้อย่างงดงาม

2. การเปรียบเทียบต้นทุน

ลองเปรียบเทียบงานพิมพ์ลาเบลสติ๊กเกอร์ Bully 3 แบบ จำนวน 120,000 ลาเบล ใช้วัสดุลาเบลกว่า 6,000 เมตร



พบว่าเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Flexo มีค่าใช้จ่ายจากวัสดุเหลือใช้มากถึง 8% ในขณะที่เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Liquid Toner สูญเสียค่าหมึกมากที่สุด ส่วนเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet มีต้นทุนที่ดีกว่าแบบ Flexo ถึง 4% และดีกว่าแบบ Liquid Toner มากถึง 43%



เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet ไม่มีค่าเพลทพิมพ์ และไม่เสียเวลาเมื่อหยุดเครื่องเพื่อพิมพ์งานใหม่ จึงเป็นข้อได้เปรียบมากกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ




3. การคำนวณต้นทุน

เมื่อสร้างโปรแกรมเพื่อใช้คำนวณหาต้นทุนค่าใช้จ่ายของงานพิมพ์แต่ละงานอย่างละเอียด โดยระบุระยะเวลาในการเตรียมเครื่อง เวลาที่ใช้ในการพิมพ์ (นาที) ค่าเสื่อมราคาเครื่อง ค่าวัสดุลาเบล ค่าเพลทพิมพ์ ค่าหมึก และค่าแรงงาน เป็นต้น



ที่ปริมาณการผลิตที่ 2,500 เมตร พบว่าต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Flexo และเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet จะเท่ากัน (จุดสมดุล)



โดยกราฟใช้ข้อมูลจากตารางด้านบน และแสดงให้เราเห็นว่า ถึงแม้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Flexo ซึ่งมีราคาเครื่องที่ถูกกว่าระยะเวลาตัดค่าเสื่อมนานกว่าเครื่อง Inkjet ถึงสองเท่า แต่ก็มีแค่ความเร็วในการพิมพ์เท่านั้นที่เร็วกว่า แต่ในขณะที่ด้านอื่นๆ ของเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet สามารถทำได้ดีกว่าในทุกๆ ด้าน

"จากเหตุผลทั้งหมดนี้ ไม่อาจปฎิเสธได้ว่า เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Digital Inkjet สามารถสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ผลิตได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาการผลิต และเพิ่มผลกำไรที่มากขึ้น จึงตอบโจทย์ธุรกิจได้ดีที่สุดในยุคนี้!!!"

-------------------------------------------------
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
หน่วยธุรกิจระบบพิมพ์ดิจิทัล
อีเมล์ sawarat.t@harn.co.th และ thammanoon.t@harn.co.th