HARN แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 4/2560

HARN แถลงผลประกอบการปี 2560 กำไรพุ่งสูงถึง 219% ประกาศจ่ายปันผล 0.14 บาทต่อหุ้น พร้อมเพิ่มงบลงทุน 120 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังคนและสร้างคลังสินค้าใหม่ เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรมากขึ้นในปี 2561 นี้ ตั้งเป้ายอดขายไว้ 1,423.5 ล้านบาท

คุณวิรัฐ สุขชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณธรรมนูญ ตรีเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจระบบการพิมพ์ดิจิทัล และคุณวิศิษฏ์ วชิรลาภไพฑูรย์ ผู้อำนวยการสายการเงิน บริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด แถลงผลประกอบการและทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทร่วมกัน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุม 603 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ผลประกอบการปี 2560 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,300.70 ล้านบาท กำไรสุทธิ 129.68 ล้านบาท โครงสร้างรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ใน 4 หน่วยธุรกิจ บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจระบบดับเพลิงและงานโครงการติดตั้งระบบดับเพลิงสูงสุดอยู่ที่ 44.56% รองลงมาคือธุรกิจระบบทำความเย็นอยู่ที่ 24.03% ขณะที่ธุรกิจระบบพิมพ์ดิจิทัลอยู่ที่ 23.66% ส่วนที่เหลืออีก 6.63% เป็นรายได้จากธุรกิจระบบปรับอากาศและระบบสุขาภิบาล และรายได้อื่นๆ 1.12%

ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 380 ล้านบาท และยังอยู่ในระหว่างการเจรจาอีก 60-70 ล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้รายได้ที่เข้ามาเกือบทั้งหมดในปีนี้และอานิสงส์ของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นช่วยทำกำไรให้บริษัทเติบโตสูงขึ้น ระหว่างนี้ยังได้ศึกษาการเข้าซื้อกิจการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มแรงผลักดันการเติบโตของธุรกิจอีกด้วย ประกอบกับบริษัทมีกระแสเงินสดอยู่ในมือราว 240 ล้านบาท อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.20 เท่า นับว่ามีศักยภาพในการกู้เงินเพื่อขยายธุรกิจได้อีกมาก

การลงทุนโครงการพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ในส่วนของรถไฟฟ้าและสนามบินของภาครัฐ นับเป็นโอกาสในการจำหน่ายสินค้าของบริษัท และการขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา เมียนมา และลาว เป็นต้น ซึ่งอนาคตมีโอกาสที่จะตั้งสำนักออฟฟิศในระเทศดังกล่าวนี้อีกด้วย

ในปี 2561 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 97 ล้านบาท เพื่อสร้างคลังสินค้า เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรมากขึ้น และการขยายกำลังคนรองรับการเติบโตของธุรกิจการพิมพ์สามมิติด้านการแพทย์และชีวภาพ โดยสร้างแบบจำลองอวัยวะของผู้ป่วยเพื่อช่วยวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดเวลาในการวางแผนการผ่าตัดได้ถึง 93% ลดเวลาในการผ่าตัดลง 3-4 ชั่วโมง และประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ทรัพยากรต่อการผ่าตัดหนึ่งครั้ง นับเป็นการปฏิวัติวงการแพทย์ไทยที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว