แชร์ :

Flashover เกิดขึ้นได้อย่างไร? จุดเริ่มต้นอาจมาจาก "วัสดุที่เลือกใช้"

หลายคนให้ความสำคัญกับระบบดับเพลิง แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ วัสดุตกแต่งและฉนวนซับเสียง ภายในอาคาร เพราะวัสดุบางประเภทสามารถเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด Flashover ได้

Flashover คืออะไร?

Flashover คือปรากฏการณ์ที่ความร้อนภายในห้องสะสมจนสูงมาก ทำให้วัสดุที่ติดไฟได้ภายในห้อง ลุกไหม้พร้อมกันเกือบทั้งหมดในเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลให้เพลิงเปลี่ยนจากไฟขนาดเล็กเป็นเพลิงขนาดใหญ่ในไม่กี่วินาที

Flashover เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมื่อเกิดเพลิงไหม้ ความร้อนและควันจะลอยขึ้นสะสมบริเวณเพดาน อุณหภูมิภายในห้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวัสดุภายในห้องได้รับความร้อนจนถึงจุดติดไฟ จะเริ่มลุกไหม้พร้อมกัน ส่งผลให้เกิด Flashover และเพลิงลุกลามอย่างรุนแรง

วัสดุฉนวนแต่ละประเภทมีความเสี่ยงต่างกัน

โฟมโพลีสไตรีน (PS):

  • เป็นฉนวนความร้อนและซับเสียงที่มีต้นทุนต่ำ
  • ติดไฟง่ายและลามไฟได้รวดเร็ว
  • เมื่อเกิดเพลิงไหม้อาจปล่อยก๊าซที่เป็นอันตราย
  • ไม่เหมาะกับการใช้งานเป็นวัสดุตกแต่งภายในอาคารที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม PS ก็มีเกรดผสมสารหน่วงไฟและมีมาตรฐานความทนไฟ (Class A/B1/B2) ควรตรวจสอบมาตรฐานก่อนการนำมาใช้งาน

โฟมโพลียูรีเทน (PU):

โฟม PU ในรูปแบบพื้นฐานยังคงติดไฟง่าย และหากได้รับความร้อนต่อเนื่องก็ยังสามารถติดไฟได้

แต่มีเกรดที่ผสมสารหน่วงไฟ (Flame Retardant PU) ซึ่งผ่านมาตรฐาน B1/B2 หรือ UL-94 ให้เลือกใช้ โดยควรตรวจสอบใบรับรองมาตรฐานก่อนเลือกใช้งานเสมอ

แนวทางลดความเสี่ยง :

  • เลือกใช้วัสดุตกแต่งและฉนวนที่ผ่านมาตรฐานด้านการหน่วงการติดไฟ
  • หลีกเลี่ยงวัสดุที่ลามไฟได้ง่ายในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
  • ติดตั้งระบบตรวจจับเหตุเพลิงไหม้และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น Sprinkler เพื่อควบคุมเพลิงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบป้องกันอัคคีภัยอย่างสม่ำเสมอ

การเลือกวัสดุที่เหมาะสม ร่วมกับระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐาน คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการลุกลามของเพลิง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้อาคารในระยะยาว