การออกแบบห้องเย็น สำหรับเพาะเลี้ยงพืชเมืองหนาว
การออกแบบห้องเย็น สำหรับเพาะเลี้ยงพืชเมืองหนาว ในโลกเรามีสภาพอากาศที่แตกต่างกัน ตามภูมิอากาศและที่ตั้งบนโลก พืชที่ขึ้นในแต่ละที่ต่างๆในโลก ที่เราเรียกว่าพืชท้องถิ่นจึงมีความเฉพาะที่แตกต่างกัน การที่จะเพาะเลี้ยงพืชที่มาจากต่างประเทศ หรือท้องถิ่นที่แตกต่าง จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาองค์ประกอบและรายละเอียดของพืชชนิดนั้นๆ
องค์ประกอบต่างๆที่จำเป็นในการเพาะเลี้ยงพืชต่างประเทศหรือต่างถิ่นนั้นมีความสำคัญมากไม่สามารถมองข้ามได้ด้วยเพราะการเพาะเลี้ยงมีความอ่อนไหวมาก ดังนั้นควรมองเป็นทั้งระบบควบคุมสภาพแวดล้อม ไม่ใช่เพียงการติดตั้งเครื่องทำความเย็นเพื่อปรับอุณหูมิอากาศอย่างเดียว เพราะพืชต้องการการควบคุม อุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง อากาศ อาหาร ความเร็วลมไหลผ่าน การสั่นสะเทือน และ CO₂ ให้เหมาะกับชนิดและระยะการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงอายุ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. การกำหนดข้อมูลพื้นฐาน
การกำหนดข้อมูลพื้นฐานก่อนทำการออกแบบ ควรระบุเนื้อหารายละเอียดและข้อกำหนดเฉพาะให้ชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ชนิดของพืชที่จะทำการเพาะเลี้ยง อาจะเป็น ผลไม้ พืชผัก เช่น สตรอว์เบอร์รี ผักสลัด สมุนไพร ไม้ดอก หรือพืชอื่นๆที่ต้องการเพาะเลี้ยง
- จำนวนหรือปริมาณต้นที่ต้องการทำการเพาะเลี้ยง
- ระยะช่วงเวลาในการเพาะเลี้ยง ตั้งแต่เมล็ด ต้นกล้า ไปจนถึงต้นโต
- อุณหภูมิอากาศในเวลากลางวันและกลางคืนที่พืชต้องการ
- ความชื้นสัมพัทธ์ (RH) ของอากาศที่พืชต้องการ
- ระยะเวลาที่พืชต้องการเพาะเลี้ยงต่อรอบในการเจริญเติบโต
- ความต้องการแสงสว่างและช่วงเวลาเปิด-ปิดไฟในการสังเคราะห์แสง
- ปริมาณ CO₂ ที่พืชต้องการในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต
- พื้นที่ใช้สอยและความสูงห้อง
- จำนวนคนที่เข้า-ออก
- สถานที่ติดตั้งและอุณหภูมิภายนอกสูงสุด/ต่ำสุด
2. การออกแบบโครงสร้างห้อง อาศัยองค์ประกอบหลัก ได้แก่
- ผนังห้อง
- เพดานห้อง
- พื้นห้อง
แนะนำว่าควรใช้ระบบห้องเย็นผนังฉนวน เช่น sandwich panel โดยเลือกวัสดุและความหนาของฉนวนเหมาะสมตามอุณหภูมิที่ต้องการใช้งาน และสภาพแวดล้อมภายนอก
โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาสำหรับแผ่นฉนวนที่จะใช้สร้างห้องมีอะไรบ้างดังต่อไปนี้
- ค่า U-value/R-value ของฉนวนให้เหมาะสมกับอุณหภูมิใช้งาน
- ชนิด และคุณสมบัติด้านการติดไฟและลามไฟของฉนวน
- การป้องกันไอน้ำ (vapor barrier)
- การป้องกันการควบแน่น
- รอยต่อของแผ่นฉนวน
- ประตูและซีลยาง
- พื้นที่ที่มี thermal bridge
- ความหนาแน่นและความสามารถในการรับน้ำหนักของชั้นปลูกพืชและอุปกรณ์ต่างๆ
สำหรับส่วนพื้นห้องควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่ต้องรองรับน้ำหนักของชั้นปลูกพืช ถังน้ำ (กรณีระบบไฮโดรโปนิกส์) และคน รวมถึงต้องสามารถจัดการน้ำล้างและน้ำทิ้งภายในห้องได้ดี ไม่เป็นที่กักเก็บเชื้อโรค เช่นเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และอื่นๆ ซึ่งจะเป็นอันตรายก่อความเสียหายต่อการปลูกพืชชนิดนั้นๆได้

การคำนวณภาระการทำความเย็นเป็นหัวใจสำคัญของขั้นตอนแรกของการเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นในระบบ เราไม่ควรพิจารณาเลือกเครื่องทำความเย็นจากขนาดของห้องเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีองค์ประกอบอื่นที่สำคัญกว่านั้น โดยทั่วไปภาระการทำความเย็นต้องคิดรวมภาระจากรายการดังต่อไปนี้
Q total = Q Transmission + Q Solar+ Q People + Q Lighting + Q Equipment + Q Product + Q Infiltration
โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- Transmission load คือ ความร้อนที่ถ่ายเทความร้อนผ่านผ่านผนัง เพดาน และพื้นห้อง ผลจากอุณหภูมิอากาศที่แตกต่าง
- Solar load คือ ความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ส่องผนัง โดยเฉพาะบริเวณประตู/โครงสร้างที่รับแดด
- People load คือ ความร้อนจากคนทำงานภายในห้อง
- Lighting load คือ ความร้อนจากแสงสว่าง หลอดไฟทั่วไป หรือหลอด LED และอุปกรณ์ไฟฟ้า
- Equipment load คือ จากอุปกรณ์ต่างทางไฟฟ้าที่เป็นแหล่งกำเนิดความร้อน เช่น ปั๊มน้ำ พัดลม คอนโทรลเลอร์ เป็นต้น
- Product load คือ ความร้อนจากการเจริญเติบโตของต้นพืช น้ำ หรือวัสดุที่นำเข้าห้อง
- Infiltration load คือ ความร้อนและความชื้นจากอากาศภายนอกที่เข้าทางประตู/ช่องรั่ว
ห้องเย็นที่ออกแบบเพื่อสำหรับการเพาะเลี้ยงพืช ปัจจัยที่มักถูกประเมินค่าต่ำเกินไปคือ หลอดไฟLED, การคายน้ำของพืช, อากาศภายนอกที่เข้าห้องเป็นต้น ซึ่งแท้จริงแล้วปัจจัยเหล่านั้นมีความสำคัญที่สามารถเพิ่มภาระการทำความเย็นของระบบได้มาก
4. ระบบทำความเย็นในระบทำความเย็นเราควรพิจารณาเลือกอุปกรณ์ต่างๆให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิและข้อกำหนดอื่นเช่นความชื้นสัมพัทธ์ ปริมาณลม ความเร็วลม ระยะส่งลม เพื่อให้ได้ตรงตามที่เราต้องการในการออกแบบ ไม่ใช่เลือกเพียงมองแค่ค่าการทำความเย็นอย่างเดียว สำหรับอุปกรณ์สำคัญหลักในระบทำความเย็นที่ต้องพิจารณาประกอบด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
- คอมเพรสเซอร์ (Compressor)
- คอนเดนเซอร์ (Condenser)
- คอยล์เย็น (Evaporator)
- วาล์วลดแรงดัน (Expansion valve)
- ระบบควบคุมอุณหภูมิ
- พัดลมหมุนเวียนอากาศ
- ระบบละลายน้ำแข็ง/จัดการน้ำเกาะคอยล์ตามความจำเป็น (Defrost on Demand)
ห้องเย็นสำหรับเพาะเลี้ยงที่ไม่ได้ต้องการอุณหภูมิต่ำมาก อาจออกแบบเป็น precision environmental room มากกว่าห้องเย็นทั่วไป เพราะต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอและไม่ทำให้ต้นพืชได้รับลมเย็นโดยตรง ควรพิจารณา อัตราการหมุนเวียนอากาศ (air changes/ air circulation) และการกระจายอุณหภูมิในแต่ละจุดด้วย

5. ความชื้นสัมพัทธ์
ความชื้นสัมพัทธ์เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับพืชเมืองหนาวหาก %RH สูงเกินไป อาจเกิดปัญหาตามมามากมายดังต่อไปนี้
- เชื้อรา
- โรคพืช
- น้ำควบแน่นบนใบ
- น้ำหยดจากเพดาน หรือจากคอยล์เย็น
- ความเสียหายต่อโครงสร้างห้องเย็น
แต่หาก %RH ต่ำเกินไป พืชอาจสูญเสียน้ำและน้ำหนักในตัวมากและเกิดความเครียด ดังนั้นการออกแบบห้องเย็นสำหรับเพาะเลี้ยงพืชเมืองหนาว จำเป็นต้องออกแบโดยคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้
- ระบบลดความชื้น (Dehumidifier)
- ระบบบเพิ่มความชื้น (Humidifier) หากจำเป็น
- Drain การระบายน้ำทิ้ง สำหรับน้ำที่เกิดจากการควบแน่น
- เซนเซอร์ RH หลายตำแหน่ง
- การควบคุม dew point
ไม่ควรใช้การลดอุณหภูมิอย่างเดียวเพื่อควบคุมความชื้น เพราะทำให้อุณหภูมิในห้องต่ำจนเกินไป และอาจทำให้คอยล์เย็นมีอุณหภูมิต่ำลงจนเป็นการเร่งให้เกิดน้ำแข็งในคอยล์ ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะกับการเพาะเลี้ยงพืช
6. ระบบแสงระบบแสงหากเป็นห้องเย็นปิด ต้องออกแบบไฟปลูกพืชโดยเฉพาะซึ่งจะต้องพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้
- PPFD คือ ค่าความหนาแน่นของโฟตอนสังเคราะห์แสง หรือปริมาณแสงในช่วงที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง (ช่วงความยาวคลื่น 400–700 นาโนเมตร) ที่ตกลงบนพื้นที่ 1 ตารางเมตรในเวลา 1 วินาที (µmol/m²/s)
- Photoperiod (ช่วงเวลาแสง) คือ ระยะเวลาหรือความยาวนานที่สิ่งมีชีวิตได้รับแสงสว่างในรอบวัน (24 ชั่วโมง) เช่น 12/12, 16/8 เป็นต้น
- DLI (Daily Light Integral) คือ ปริมาณแสงสะสมที่พืชได้รับในแต่ละวัน มีหน่วยเป็นโมลต่อตารางเมตรต่อวัน (mol/m²/day) เป็นค่าที่ใช้วัดพลังงานแสงรวมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินว่าพืชในโรงเรือนหรือตู้ปลูกได้รับแสงเพียงพอต่อการเจริญเติบโตหรือไม่
- Spectrum ของ LED คือการกระจายความเข้มของแสงตามความยาวคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงแสงที่มองเห็นได้
- ความสูงของโคมไฟส่องสว่าง
- Uniformity ของแสง (ความสม่ำเสมอของแสง) คือ ค่าที่บอกว่าแสงสว่างกระจายทั่วถึงบนพื้นที่หนึ่ง ๆ สม่ำเสมอแค่ไหน โดยไม่มีจุดที่สว่างจ้าเกินไปหรือมืดทึบจนมองไม่เห็น
- ความร้อนที่เกิดจากโคมไฟส่องสว่าง
ตัวอย่างความสัมพันธ์คือ

ดังนั้นความสว่างเป็น Lux อย่างเดียวไม่เพียงพอ สำหรับการออกแบบห้องปลูกพืช ควรใช้ค่า DLI และ PPFD เป็นหลัก